• Sat. Oct 1st, 2022

แบ็คขวาเท้าชั่งทองจอมปั่นฟรีคิก : คีแรน ทริปเปียร์

ByEditor

Apr 8, 2022

:: เปิดประวัติส่วนตัว ::

คีแรน ทริปเปียร์

(อังกฤษ: Kieran John Trippier)

 

“คีแรน ทริปเปียร์” มีชื่อเต็มว่า : คีแรน จอห์น ทริปเปียร์ เกิดในวันที่ 19 กันยายน ค.ศ. 1990 (ปัจจุบันอายุ 31 ปี) สถานที่เกิด เมืองบิวรี่ , ประเทศอังกฤษ ส่วนสูงอยู่ที่ 178 ซม. (5 ฟุต 10 นิ้ว) เป็นนักฟุตบอลมืออาชีพชาวอังกฤษ ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหลังให้แก่สโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดและฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ

เกียรติประวัติส่วนตัว (เเชมป์)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอฟเอ ยูธ คัพ 2007-08

แอตเลติโก มาดริด : ลา ลีกา สเปน 2020-21

 

“คีแรน ทริปเปียร์” เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลอาชีพกับชุดเยาวชนของ “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” แต่เขาไม่สามารถดันตัวขึ้นมาเล่นตัวจริงในชุดใหญ่ได้ ดังนั้นในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2010 เขาถูกปล่อยยืมตัวให้กับสโมสรฟุตบอลบาร์นสลีย์ในลีกแชมป์เปี้ยนชิป และต่อสัญญายืมตัวอีกครั้งในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2010 ต่อมาในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2011 เขาถูกปล่อยยืมตัวอีกครั้งให้กับสโมสรฟุตบอลเบิร์นลีย์ และถูกซื้อขาดในเดือนมกราคม ค.ศ. 2012 ด้วยสัญญา 3 ปีครึ่ง เขามีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมของแชมป์เปี้ยนชิป ทั้งสองฤดูกาลติดต่อกัน (2012–13 และ 2013–14) และในปี ค.ศ. 2014 เขาเลื่อนขั้นเข้าสู่พรีเมียร์ลีกพร้อมกับสโมสรฟุตบอลเบิร์นลีย์ หลังจากที่ต้นสังกัดของเขาจบอันดับรองชนะเลิศ ในปีต่อมาเขาได้เซ็นสัญญากับ สโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์ ด้วยค่าจ้างถึง 3.5 ล้านปอนด์ หลังจาก4ปีในเมืองลอนดอนเหนือ ในระหว่างนั้นเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่เป็นรองชนะเลิศในยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก ปี2019  คีแรน ทริปเปียร์ เข้าร่วมทีมจากสเปน “กลุบอัตเลติโกเดมาดริด” เขาช่วยให้ทีมต้นสังกัดคว้าชัยชนะเป็นแชมป์ ในศึก ลาลิกา ฤดูกาล 2020–21

ในส่วนของชื่อในนามทีมชาติ เขาได้ลงเล่นในทุกรุ่นอายุ ตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี จนถึง 21 ปี เขาได้เข้าร่วมแข่งขันใน ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี และฟุตบอลโลกเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี ในปี ค.ศ. 2009

แบ็คขวาเท้าทองจอมปั่นฟรีคิกความหวังนิวคาสเซิลที่ดวงแตกไปแล้ว :    คีแรน ทริปเปียร์

 

“คีแรน ทริปเปียร์” ฉายา แบ็คขวาเท้าชั่งทองสังกัด สโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิลยูไนเต็ดในปัจจุบัน เกิดและเติบโตขึ้นที่เมืองบิวรี่ ประเทศอังกฤษ จนกระทั่งอายุได้ 9 ขวบ เมื่อปี 2009 เขามีโอกาสได้เข้าร่วม ชมรมอะคาเดมี่ของ “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” นับเป็นการเบิกเส้นทางในทางฟุตบอลของเด็กน้อยคนนี้ เขาได้รับใช้ทีมเยาวชนของ “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” จนกระทั่งได้สัญญาอาชีพเต็มตัวฉบับแรก เมื่อปี 2009 หรือในวัยอายุ 19 ปี นั่นเอง จึงทำให้เป็นโอกาสของเขาที่เป็นดาวรุ่ง คนอื่นไม่มีสิทธิ์แตะต้อง จึงถูกส่งตัวไปให้ สโมสรฟุตบอลบาร์นสลีย์ ในเดอะแชมป์เปี้ยนชิป ยืมตัวไปใช้งาน

โดยในปีแรกของเขา ยังไม่สามารถลงเล่นในสนามได้เต็มหน่วยสักเท่าไหร่ จากปัญหาอาการบาดเจ็บ ทำให้ขอพิสูจน์ตัวเองกับ สโมสรฟุตบอลบาร์นสลีย์ ในฤดูกาล 2010-2011 ต่อเนื่อง รวมสองฤดูกาลลงเล่นไป 44 เกม ทำได้ 2 ประตู ก่อนที่การโชว์ฟอร์มทำผลงานจะไปโดนตา สโมสรฟุตบอลเบิร์นลีย์ ที่อยู่ในลีกรองเช่นกัน คว้าตัวไปใช้งาน ในฤดูกาล 2011-2012 เพื่อแทนที่ ไทโรน เมียส์ ที่มีอาการบาดเจ็บยาวด้วยสัญญาซื้อขาด ทำให้เขาได้มีโอกาสลงเล่นใยสนามได้อย่างเต็มที่ กระทั่งจนสามารถยึดตัวหลักของทีมได้ทันที โดยตลอด 3 ฤดูกาลในลีกรอง เขาลงเล่นฤดูกาลนึงเกิน 40 เกมทุกปี ก่อนจะโชว์ฟอร์มทำผลงานชิ้นโบว์แดงพาทีมเลื่อนขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2013-2014 ด้วยตำแหน่งรองแชมป์เดอะแชมป์เปี้ยนชิป

ในเดือน ม.ค. 2022 สโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิลยูไนเต็ด ทีมเศรษฐีหน้าใหม่ ขอซื้อตัวมาร่วมทีม ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ ประตูแรกของ “คีแรน ทริปเปียร์” กับสโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิลยูไนเต็ด ในเกมพรีเมียร์ลีก ที่เกมนี้เอาชนะเอฟเวอร์ตัน 3-1 ก่อนที่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะซัดใส่ แอสตัน วิลล่า เป็นประตูชัย 1-0 ส่งผลให้สามเกมหลังสุดในเกมที่ 21-23 ทีมสาลิกาดง ชนะรวด และไม่แพ้ใครมา 5 เกมซ้อน ถีบตัวเองหนีโซนตกชั้นขึ้นมามีคะแนนเหนือ นอริช ซิตี้ 4 คะแนน แต่แข่งน้อยกว่า 1 เกม นับเป็นการพลิกชะตาของทีมแบบสุดๆ แต่ทว่าความโชคร้ายก็บังเกิด เมื่อแบ็คขวานักเตะแห่งความหวัง ได้รับบาดเจ็บกระดูกเท้าแตกจากเกมที่ชนะวิลล่า ทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัด และมีรายงานว่าจะต้องพักอย่างน้อยๆสองเดือนเลยทีเดียว

ทั้งนี้ต้องติดตามกันต่อไปว่า “คีแรน ทริปเปียร์” จะกลับมาช่วย สโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิลยูไนเต็ด ในช่วงท้ายฤดูกาลได้หรือไม่ ? ทีมสาลิกาดงจะรอดพ้นจากการหนีตกชั้นหรือไม่ ? แต่เชื่อเหลือเกินว่าแฟนบอลคงอยากจะให้ “คีแรน ทริปเปียร์” กลับมาโดยเร็วที่สุดอย่างแน่นอน

ส่วนผลงานของ “คีแรน ทริปเปียร์” ในฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ เขาติดทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ 2017 จนถึงปัจจุบัน คว้าอันดับที่ 4 ฟุตบอลโลก 2018 และรองแชมป์ยูโร 2020 ลงเล่นทั้งสิ้น 35 เกม ทำการยิงประตูไปได้ 1 ประตู.